การจากไปของปอ และการเรียนรู้เรื่องหมอ

90

ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ จากไปแล้ว ท่ามกลางความตกใจ เศร้าใจ ตกตะลึงพรึงเพริดกันทั้งประเทศ ภาพของน้องมะลิที่ยังไร้เดียงสาในอ้อมกอดของแม่ เรียกน้ำตาของผู้คนได้อย่างชะงัดทั้งชายหญิง

ส่วนผมนั้นบอกตรงๆว่า เกิดความรู้สึกพิลึกพิลั่นอยู่ในใจตามมาด้วย เพราะรายงานทางการแพทย์ หรือแถลงการณ์ของโรงพยาบาลแต่ละครั้ง ล้วนแต่ฟังดูดีทั้งนั้น

รายงานของแพทย์ที่ส่งผ่านสื่อนั้น ดูราวกับว่า ปอจะดีขึ้นเป็นลำดับและกลับบ้านไปฉลองปีใหม่ได้แล้วละ เช่น หน้าตาสดใส มีขยับมือไม้ มีรอยยิ้ม หรืออื่นๆ ที่แสดงสัญญลักษณ์ว่า ห่วงใยลูกสาวตัวน้อยของเขา

เหมือนรายงานทางการแพทย์ก่อนตัดขาปอไปข้างหนึ่งนั่นแหละ ก่อนจะตามมาด้วยการตัดปอดไปอีกข้างเพื่อช่วยยื้อชีวิตปอเอาไว้ ถึงกระนั้น รายงานทางการแพทย์ก็ยังดูดีอยู่นั่นเอง

แต่แล้วปอก็สิ้นลมจากไป ผมขออนุญาตเอาไม่กี่บรรทัดนี้ลงไว้อาลัยปอ อดีตพระเอกที่ผมชื่นชมเมื่อตอนที่ปอเล่นหนัง “มนต์รักลูกทุ่ง” และร้องเพลง “สิบหมื่น”ให้ฟัง

เรื่องที่ผมจะปิดท้ายคอลัมน์นี้ ความจริง ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องปอหรอกครับ แต่เป็นเรื่องของหมอญี่ปุ่นคนหนึ่งชื่อ คอนโด มาโกโตะ ซึ่งเขียนหนังสือเอาไว้เล่มหนึ่งชื่อ “อย่าให้หมอฆ่าคุณ”แปลโดยคุณชุติมน ยงมานิตชัย ในนามสำนักพิมพ์อินสไปร์ ในเครือนานมีบุ๊ค พับลิคเคชั่น

ภาพหน้าปก “อย่าให้หมอฆ่าคุณ”แปลโดยคุณชุติมน ยงมานิตชัย
ภาพหน้าปก “อย่าให้หมอฆ่าคุณ”แปลโดยคุณชุติมน ยงมานิตชัย

นายแพทย์คอนโด มาโกโตะ เป็นแพทย์ประจำภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ ประเทศญี่ปุ่น หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วแทบไม่น่าเชื่อว่า จะเขียนขึ้นในประเทศที่ประชาชนขอบไปหาหมอในโรงพยาบาลมากที่สุดในโลก มากถึง 2  เท่าหรือปีละ 14 ครั้ง เมื่อเทียบกับคนในประเทศที่พัฒนาแล้วที่เอาใจใส่สุขภาพกันมากมายผ่านแพทย์

ที่สำคัญ ประเทศที่พัฒนาแล้วระดับนี้ก็เหมือนในอเมริกาหรือยุโรปที่ใครเป็นอะไรจะไปซื้อยามากินเองแบบในเมืองไทยหรือประเทศในแถบอินโดจีนย่อมไม่ได้ เพราะทุกโรคเล็กโรคน้อย ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ไปซื้อยาทั้งนั้น

แต่ความคิดของหมอคอนโด ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้กลับตรงข้าม และมีอาชีพเป็นหมอมานานกว่า 40 ปีบอกว่า “ยิ่งใครไปหาหมอบ่อยๆ ชีวิตก็จะสั้นลงได้ง่ายจากยาและกระบวนการรักษา”

เพราะยิ่งไปหาหมอ หมอก็จะยิ่งตรวจ ทำให้พบความผิดปกติมากขึ้น สุดท้ายก็ต้องกินยาและผ่าตัดในที่สุด (ซึ่งเป็นโอกาสที่จะทำเงิน)

หมอคอนโดบอกว่า คนที่ตรวจพบว่า เป็นมะเร็ง  หมอก็จะผ่าตัดไว้ก่อน เป็นการผ่าตัดที่ไร้ความหวังว่าจะหาย บั่นทอนชีวิตคนไข้ให้สั้นลง โดยเฉพาะการรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัด ทำคีโม ซึ่งไม่เคยได้ผล แต่คนไข้ต้องเสียเงินมหาศาลและยังเสียชีวิตในที่สุดอีกด้วย

วิธีการรักษาอีกอย่างหนึ่งที่หมอคอนโดแอนตี้มากคือการผ่าตัดอวัยวะในร่างกายคนไข้ทิ้ง เป็นการรักษาที่ผิดพลาดมาก เพราะฉะนั้น การเก็บอวัยวะภายในเอาไว้แม้กระทั่งส่วนที่เป็นโรคร้ายแรงอย่างมะเร็ง จึงสมควรเก็บเอาไว้มากกว่าที่จะผ่าตัดออก วิธีการรักษาแบบนี้เลิกไปแล้วถึง 30 ปี

หมอคอนโด มาโกโตะเขียนไว้น่าอ่านหลายเรื่องซึ่งตรงข้ามกับวิธีการรักษาของการแพทย์ปัจจุบันที่มุ่งสร้างรายได้ ช่วยบริษัทยา ช่วยบริษัทขายเครื่องมือแพทย์ กระทั่งสร้างภาพระดมเงินบริจาค อ่านแล้วน่าเขียนต่อ ประโยคเด็ดของหมอคอนโดที่วิจารณ์หมอปัจจุบันเอาไว้อย่างดุเดือดก็คือ

“หมอโหดร้ายกว่ายากูซ่าหรือโจรเสียอีก ยากูซ่าไม่ได้ฆ่าหรือสั่งให้พลเมืองที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่มากมายตัดนิ้วทิ้ง ส่วนโจรอย่างมากก็แค่ขโมยเงินเท่านั้น แต่หมอนอกจากจะขูดรีดคนไข้แล้ว หมอยังจำกัดอิสรภาพทางร่างกายและทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย (อย่างถูกกฎหมายและดูดีอีกด้วย-ผู้เขียน)

You might also like