ใส่บาตรข้าวเหนียว จิบกาแฟประชานิยม ที่เมืองหลวงพระบาง

32

โดย มั่นฤทัย


 

ใกล้สิ้นปีแล้ว ถ้าไม่เที่ยวเมืองไทยเพิ่มยอดทัวริสต์ให้รัฐบาลคสช. ก็ต้องขอตามใจปากและตามใจอยากไปเที่ยวเที่ยวใกล้ๆนี่เอง

เพื่อจะได้สัมผัสเมืองที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมเอเชียเก่าแก่ระดับพันกว่าปีเอาไว้ จนได้รับการยกย่องว่า เป็นเมืองแห่งมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก เมื่อปีพ.ศ.2538

นครหลวงพระบางของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เดิมชื่อเมืองซัว เคยเป็นที่อาศัยของชนชาติขอมกลุ่มหนึ่ง ต่อมา ขุนลอ ซึ่งมีถิ่นกำเนิดมาจากเมืองแถน หรือแถง ปัจจุบันคือเมืองเดียนเบียนฟูของเวียดนาม ยกมาตั้งค่ายอยู่ที่นี่ และเปลี่ยนชื่อเป็น เมืองเชียงทอง ก่อนปราบดาภิเษกตัวเองขึ้นเป็น พระเจ้าขุนลอ ซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ของลาว

ต่อมาเจ้าฟ้างุ้มขึ้นเป็นกษัตริย์ ตีเอาหลายเมืองเข้ามาไว้ในสังกัด และสถาปนาเมืองเชียงทองเป็นเมืองหลวง ภายใต้อาณาจักรลานช้าง

เจ้าฟ้างุ้มได้อัญเชิญพระพุทธรูปศิลปะเขมรสมัยบายน นามว่า พระบาง ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเมืองเชียงทองเป็นเมืองหลวงพระบาง หมายถึงเมืองที่ประดิษฐานพระบาง นครหลวงพระบางเป็นราชธานีมานานหลายร้อยปี ก่อนจะมีการสถาปนาเวียงจันทน์เป็นเมืองหลวง ซึ่งขณะนี้มีอายุถึงกว่า 450 ปีแล้ว

เมืองหลวงพระบาง ไม่ใช่เมืองแห่งความบันเทิงเริงรมย์เหมือนเมืองอื่นๆในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว แต่เป็นเมืองเก่าแก่ซึ่งใครที่มีเงินทองมากมายท่วมหัวท่วมหูจะถือวิสาสะพัฒนาให้เมืองหลวงพระบางทันสมัยไฮเท็คไม่ได้เลย

จึงอยากชวนว่า ถ้าอยากจะสัมผัสถึงกลิ่นอายของความเป็นลาวดั้งเดิมอันเก่าแก่ระดับพันปี ก็ต้องเดินทางมาสัมผัสตัวเอง

KIF_1089สำหรับผู้เขียนก็อยากขอเชิญชวนทุกท่านไปใส่บาตรข้าวเหนียวตอนเช้ามืด กลางเมืองหลวงพระบาง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือจะเห็นพระภิกษุเข้าแถวเดินเปลือยเท้ามารับบาตร นับร้อยๆ องค์เหลืองอร่ามจากทั่วเมืองหลวงพระบาง โดยไม่แบ่งแยกว่าจะมาจากวัดไหน

ขณะที่ประชาชนจะแต่งชุดเสื้อผ้าเรียบร้อย สุภาพสตรีใส่เสื้อแขนกระบอกและนุ่งซิ่นผ้าไหมลาวสวยงามตามประเพณี เหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน มารอใส่บาตรซึ่งจะเป็นข้าวเหนียวล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นปน ส่วนอาหารคาว หรือของหวานอื่นๆ ญาติโยมจะนำไปถวายจัดใส่สำรับที่วัดภายหลังจากประเพณีใส่บาตรผ่านไป

หลังจากใส่บาตรข้าวเหนียวแล้ว พวกเราก็จะย้ายก้นไปหากาแฟลาวของแท้กินกันริมแม่น้ำโขง ร้านกาแฟนี้คงไม่ค่อยเหมาะกับนายกฯลุงตู่และครม.ชุดนี้สักเท่าไร เพราะแค่ชื่อร้านว่า “ประชานิยม”ก็ผวาแล้ว

KIF_1116เรื่องที่จะทำอะไรเพื่อชาวบ้านที่ยังยากจนส่วนใหญ่นี่หวาดผวากันเหลือเกิน กลัวกันจังว่า ประชานิยมแล้วชาวบ้านคนยากคนจนจะเคยตัว ไม่รู้จักความอดอยากขนานแท้ ต้องเป็นแบบ “ ประชารัฐ” คือทุกอย่างต้องขึ้นกับข้าราชการซึ่งช่วยชาวบ้านได้น้อยมาก ถ้าไม่คลานศอกเข้ากราบกรานก็ยากมากที่จะได้รับ “ประชารัฐ” -ฮา

KIF_1113ร้านประชานิยม อาจไม่เหมือนร้านกาแฟลาวอื่นๆ เพราะต้องเป็นกาแฟแบบลาวเท่านั้น ไม่ใช่เนสกาแฟสำเร็จรูปหรืออะไรเทือกนั้น ถึงจะมีปาท่องโก๋ตัวใหญ่เป็นกับแกล้มให้ด้วยก็ตามที

ถ้ายังเช้าอยู่ คุณต้องไปเดินตลาดเช้าหลวงพระบาง ซึ่งมีความเป็นตลาดจริงๆ มีของสด ทั้งผักพืช สมุนไพร ปลา กุ้ง หรืองู ขนมคาวหวานให้ซื้อขายตลอดทั้งถนน เห็นแล้วได้อารมณ์มาก

ตกเย็น คุณต้องหาร้านธรรมดาน่ารักริมฝั่งโขง จิบเบียร์ลาว กับข้าวเหนียวส้มตำที่รสออกจะจัดจ้าน

เอาเท่านี้ก่อน เมืองหลวงพระบางยังมีที่ให้ไปเยี่ยมยามอีกไม่น้อย โดยเฉพาะวัดวาอารามที่เก่าแก่สวยงาม หาที่ไหนไม่ได้แล้วในโลก แต่คุณต้องอยู่อย่างน้อย 2 คืน

วิธีเดินทางก็คือ แบบหรูนั่งเครื่องบางกอกแอร์เวย์หรือลาวแอร์ไลน์ จากสุวรรณภูมิ ตรงไปหลวงพระบาง หรือบินจากดอนเมืองไปอุดร นั่งรถข้ามไปนอนเล่นที่นครเวียงจันทน์

ก่อนจะนั่งรถเฉียดๆครึ่งวันตรงไปหลวงพระบาง ผ่านเมืองวังเวียง ความจริงระยะทางก็แค่300กว่ากิโลเมตร แต่ถนนหนทางยังไม่สะดวก จึงค่อนข้างจะสาหัสกับเส้นทางคดเคี้ยวไปบนไหล่เขากว่าจะถึงจุดหมายก็อาเจียนหมดพุง สำหรับคนที่แพ้การสั่นไหวโยกเยกของรถ

นี่คือ หลวงพระบางที่คุณต้องไปใส่บาตรข้าวเหนียวและจิบกาแฟลาวแท้ที่ร้านประชานิยม และ จิบเบียร์ลาว กับข้าวเหนียว ไก่บาง ตำหมากฮุ่ง หรือส้มตำตอนเย็นย่ำ ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บเดือนธันวาคม จนถึงมกราคมโน่น.

KIF_1087   KIF_1084 KIF_1127   KIF_1123KIF_1115  KIF_1103 KIF_1114 KIF_1061 KIF_1053 KIF_1060 KIF_1214

You might also like